นางสาวปิยนุช พละเยี่ยม เลขทะเบียน 4902100345

หอการค้าไทยแนะอย่าตื่นดูไบเลื่อนชำระหนี้ เชื่อไม่กระทบส่งออก-การลงทุนไทย เหตุไม่ใช่ตลาดสำคัญ
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยถึงกรณีที่บริษัทดูไบ เวิลด์ ซึ่งเป็นบริษัทเพื่อการลงทุนของทางการนครดูไบสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประกาศขอเลื่อนการชำระหนี้ จำนวน 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตสินเชื่อ และเศรษฐกิจโลกถดถอยว่า สถานการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่คาดการณ์กันไว้แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้น เนื่องจากดูไบเป็นประเทศที่มีการจับจ่ายใช้สอยเติบโตแบบก้าวกระโดดผิดปกติ ซึ่งการลงทุนที่ฟู่ฟ่า ทำให้มีโอกาสเกิดฟองสบู่แตกจากการใช้จ่ายที่มากเกินควรซึ่ง เป็นสิ่งไม่ยั่งยืน ไทยเองก็เคยมีบทเรียนมาแล้วเมื่อปี 1997
“แม้ว่าอาจจะมีส่วนทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้าลงไปบ้างแต่ไทยไม่ควรตื่นตระหนก แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด“
ทั้งนี้เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปยังดูไบบ้างแต่ไม่มากนัก เนื่องจากไทยมีการส่งออกไปตลาดดูไบในสัดส่วนไม่มากนัก และประเทศอื่นๆในกลุ่มตะวันออกกลางก็ยังมีความเข็มแข็งด้านเศรษฐกิจอยู่อีกหลายประเทศ อาทิ บาเรนห์ กาต้าร์
อย่างไรก็ตามตลาดหลักของไทยในอนาคต คือ ตลาดอาเซียน ที่จะกลายเป็นตลาดหลักของไทยในอนาคตได้ เพราะจะมีการรวมกันเป็นตลาดเดียวในปี 2015 ซึ่ง ถือว่าเป็นตลาดภายในที่ประชากรถึง 580 ล้านคน ซึ่งไทยมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ที่เป็นจุดศุนย์กลางในอาเซียนสามารถเชื่อมโยงไปยังตลาดในประเทศ ลาว เขมร พม่า ทำให้ ไทย มีต้นทุนการขนส่งต่ำ ไทยควรจะเน้นการเจาะตลาดในกลุ่มนี้ให้มากขึ้น
ด้านนายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเลย เพราะว่าดูไบไม่ได้เข้ามาลงทุนในไทยเท่าไหร่นัก ที่ผ่านมา มีแต่การแสดงความสนใจ และเสนอทำโปรเจค หลาย ๆโปรเจท แต่ยังไม่ได้ เข้ามาลงทุนจริง เช่นโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ที่จ.สตูล ทำให้ดูไบมีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจไทยน้อย
อย่างไรก็ตามอาจจะกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของโลก เนื่องจากบริษัทดูไบ เวิลด์ มีการเข้าไปลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มากเกินไป มีการก่อสร้าง โครงการบ้านอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีคนจองจำนวนมาก แต่ซื้อจริงน้อยกว่าที่จอง ทำให้ โครงการมีปัญหาขาดสภาพคล่อง
สำหรับสินค้าที่ไทยส่งออกไปยังยูเออี ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าอาหารแปรรูป ชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าจำเป็นที่ดูไบต้องซื้ออยู่แล้วแม้ว่า เศรษฐกิจจะมีปัญหา ส่วนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับยูเอที ปัจจุบันยังมีความร่วมมือแค่ด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการค้า การลงทุนเท่านั้นซึ่งเป็นเพียงความร่วมมือหลวม ๆ ตั้งแต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com
คำถามท้ายบทความ
1. ผลกระทบจากภาวะวิกฤตสินเชื่อของดูไบ เกิดจากสาเหตุใด?
2. ตลาดหลักของไทยในอนาคต คือตลาดอะไร?
3. สินค้าที่ไทยส่งออกไปยังยูเออี ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าประเภทใด?
คำตอบ
ตอบลบ1.สาเหตุเกิดจากดูไบเป็นประเทศที่มีการจับจ่ายใช้สอยเติบโตแบบก้าวกระโดดผิดปกติ ซึ่งการลงทุนที่ฟู่ฟ่า
2.ตลาดอาเซียน
3.อาหารแปรรูป ชิ้นส่วนยานยนต์
วรรณดี เมตไตรพันธ์ เลขทะเบียน 4902100325
คำตอบคือ
ตอบลบข้อ1.สาเหตุจเกิดากดูไบเป็นประเทศที่มีการจับจ่ายใช้สอยเติบโตแบบก้าวกระโดดผิดปกติ ซึ่งการลงทุนที่ฟู่ฟ่า
ข้อ2.ตลาดอาเซียน
ข้อ3.จะเป็นสินค้าอาหารแปรรูป ชิ้นส่วนยานยนต์
นางสาวชลนิสา จงจิตร เลขทะเบียน 5002110021
คำตอบคือ
ตอบลบ1.สาเหตุจเกิดากดูไบเป็นประเทศที่มีการจับจ่ายใช้สอยเติบโตแบบก้าวกระโดดผิดปกติ ซึ่งการลงทุนที่ฟู่ฟ่า
2.ตลาดอาเซียน
3.อาหารแปรรูป ชิ้นส่วนยานยนต์
น.ส.ทัศนีย์ ศรีชาย เลขทะเบียน 5002110018
ตอบ
ตอบลบ1.สาเหตุจเกิดากดูไบเป็นประเทศที่มีการจับจ่ายใช้สอยเติบโตแบบก้าวกระโดดผิดปกติ ซึ่งการลงทุนที่ฟู่ฟ่า
2.ตลาดอาเซียน
3.อาหารแปรรูป ชิ้นส่วนยานยนต์
นางสาวธารารัชน์ เกษตรธรรม ID 4902100142